LOG IN

ทำความรู้จัก Marou ช็อกโกแลตดังจากเวียดนาม

by bean.blah.blah
Image from http://hottable.asia
Image from http://hottable.asia

หากเอ่ยถึงชื่อของแบรนด์ช็อกโกแลตยอดนิยมแล้ว Marou ก็เป็นอีกหนึ่งชื่อที่เราได้เห็นและชิมกันบ่อยๆในท้องตลาด ปัจจุบัน Marou ได้เปิดคาเฟ่เป็น flagship store อยู่ 2 สาขาที่ ฮานอย และ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยเสนอเมนูเครื่องดื่ม ขนมหวาน และช็อกโกแลตแท่งแบบ single-origin ของ Marou ที่ตั้งชื่อตามจังหวัดที่ปลูกต้นโกโก้สำหรับใช้ในการผลิต 
โดยเฉพาะในร้าน Maison Marou สาขาที่ฮานอย มีจุดเด่นของร้านอยู่ตรงเครื่องคั่วเมล็ดโกโก้ที่โชว์การคั่ว ถึงแม้ว่าเครื่องจะถูกผลิตมาตั้งแต่ในช่วงปี คศ. 1940s แต่มันยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน โดยตลอดช่วงเวลา 7 ปีที่คุณ Samuel Maruta และหุ้นส่วนของเขา คุณ Vincent Mourou ร่วมกันทำช็อกโกแลตตั้งแต่เริ่มจากการฝึกทำกันในครัวเล็กๆของพวกเขาที่ นครโฮจิมินห์

Image from http://hottable.asia
Image from http://hottable.asia

คุณ Samuel Maruta เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นเคยทำงานเป็นนายธนาคารให้กับธนาคารทั้งในโตเกียวและปารีส ก่อนที่จะมาประจำอยู่ที่เวียดนาม โดยหลังจากที่เขารู้สึกอิ่มตัวกับงานประจำที่ทำอยู่เขาเริ่มมองหาเส้นทางชีวิตสายใหม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นมีจุดเริ่มต้นจากการไปเดินป่าในเมือง Lam Dong มันทำให้เขาได้พบกับคุณ Vincent Mourou ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในช่วงพักร้อนออกเดินทางท่องโลกระหว่างงานประจำในวงการภาพยนตร์และโฆษณาทั้งในลอนดอน ปารีสและ ซานฟรานซิสโก จังหวะชีวิตของพวกเขาก็พาให้พวกเขาวนเวียนมาเจอกันอยู่หลายครั้งประกอบการที่พวกเขามีความสนใจที่ตรงกันหลายอย่างเช่นเรื่องของโกโก้ หลังจากการพูดคุยและมองเห็นเป้าหมายธุรกิจที่ตรงกัน ทำให้ทั้งสองลงเอยที่การตัดสินในร่วมมือกันทำช็อกโกแลตแบรนด์ Marou ในปี 2011  

Image from http://hottable.asia
Image from http://hottable.asia

หลังจากพวกเขาก่อตั้งแบรนด์ Marou มาได้ไม่ถึง 1 ปี แบรนด์ของเขาก็มีออร์เดอร์ก็เริ่มเข้ามาเรื่อย จนปัจจุบันแบรนด์ Marou ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ถึงแม้ระหว่างทางก็ยังมีนักลงทุนมากมายที่เข้ามาให้ข้อเสนอในการช่วยพัฒนาธุรกิจ แต่เจ้าของแบรนด์ทั้งสองยังยืนยันที่จะค่อยๆเติบโตไปอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเติบโตของชุมชนท้องถิ่น

Image from http://hottable.asia
Image from http://hottable.asia

อีกหนึ่งประเด็นน่าสนใจคือเรื่องราวของ Marou ที่มุ่งเน้นการจัดการการปลูกโกโก้อย่างยั่งยืนซึ่งเป็นผลมาจากการที่ในช่วงระยะหลังที่เวียดนามเปลี่ยนนโยบายการมุ่งเน้นเศรฐกิจของประเทศจากภาคการเกษตรเป็นภาคอุตสาหกรรม ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีคนปลูกโกโก้น้อยลง ลูกหลานของเจ้าของฟาร์มปัจจุบันก็ย้ายไปทำงานในเมือง และอาจจะไม่สานต่อกิจการไร่โกโก้ ทำให้เกิดเป็นคำถามที่ Marou ต้องเร่งหาคำตอบ โดย Marou วางแนวทางเบื้องต้นคือจะต้องทำให้การปลูกโกโก้เป็นที่ดีงดูดใจต่อลูกหลานของเกษตรกร เพื่อที่จะรักษาให้มีการเพาะปลูกกันอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลต่อการผลิตช็อกโกแลต คุณ Samuel Maruta เล่าถึงปัญหาด้านการผลิตที่เพิ่งประสบในช่วงปี 2016 เกิดวิกฤตภัยแล้งบริเวณใกล้ลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้ต้นโกโก้ในแถบนั้นได้รับความเสียหายและล้มตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ช็อกโกแลตของ Marou ที่ชื่อว่า Treasure Island ขาดปัจจัยการผลิต ส่งผลให้ไม่มีสินค้าในการจำหน่่ายในขณะนั้น

Image from http://hottable.asia
Image from http://hottable.asia

ถึงแม้ตอนนี้ธุรกิจของพวกเขาจะเติบโตไปไกลมากแล้วแต่พวกเขาก็ยังดำเนินธุรกิจแบบเดียวกับที่พวกเขาเริ่มต้นกันมา คือ การใช้เมล็ดโกโก้จากในประเทศเวียดนาม รวมจนถึงกระดาษห่อ การจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแก่เกษตรกรชาวสวนโกโก้ และพวกเขาเชื่อในการทำธุรกิจที่ค่อยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสามารถยืนยาวไปถึงลูกหลายได้ต่อไปในอนาคต

Image from https://vietnam.travel
Image from https://vietnam.travel

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Marou ทั้งสองได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ช็อกโกแลตคือสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชีวิต มันจับต้องได้ มันเอามารับประทานได้ และนั่นมันจึงเป็นเรื่องดีๆที่ล้ำค่า ชีวิตคนเราไม่ได้มีความทรงจำในเรื่องของกาแฟ เพราะเราไม่ได้ดื่มมันตั้งแต่ยังเด็ก จุดนี้มันต่างไปจากความรู้สึกที่มีให้กับช็อกโกแลต มันจะพาเราไปถึงความทรงจำและเรื่องราวดีๆในอดีตเสมอ“

source : http://hottable.asia/samuel-maruta-marou

อ่านรีวิวช็อกโกแลตต่อได้ที่ Chocolate bar unfolding : Marou Vietnam


bean.blah.blah
OTHER SNAPS